================================================== -->

เล่น เกม xo1️⃣M98

ชยะพงส์ นะวิโรจน์ พาชมงานแกะสลักบ้านถวายที่สุขสยาม

  • เยี่ยมชมบล็อก:60740
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 987
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-17 15:20:13
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ผวากลุ่มทุนผูกขาดสบช่อง ฮุบผลประโยชน์จากกัญชา 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ไบโอไทยพบข้อมูลต่างชาติยื่น 13 คำขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา มี 2 คำขอละทิ้ง เหลือ 11 คำขอ แฉกรมทรัพย์สินฯ ถอนแค่ฉบับเดียว อีก 10 ยังเดินหน้าต่อ แถมกำลังจะได้สิทธิบัตรอีก 2 ขณะที่ มรังสิตผวา 3 กลุ่มทุนผูกขาดสวาปาม ด้าน สนธิรัตน์ แจงยิบทุกอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศแก้ปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า การที่นายสนธิรัตน์ออกมาพูดมีการถอนสิทธิบัตรกัญชานั้น จริงๆ แค่เพิกถอน 1 ตัว โดยจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายฯ ได้สืบค้นในฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่พอจะหาได้ พบว่าล่าสุดมีต่างชาติมายื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา 13 คำขอ โดยมี 2 คำขอละทิ้ง จะเหลือ 11 คำขอ ปรากฏว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ถอนสิทธิบัตรกัญชาที่ขัด ม9 (1) เรื่องสารธรรมชาติในกัญชาจดไม่ได้ ซึ่งมีแค่ 1 คำขอเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 10 คำขอยังเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญตนพบว่ามี 2 คำขอที่กำลังจะได้สิทธิบัตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องลดอาการปวด และเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่องสารในกัญชาที่เรียกว่า THC นายวิฑูรย์กล่าวว่า อยากให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุให้ชัดว่า ที่มาขอจดนั้นไม่เกี่ยวกับสารในกัญชา ซึ่งเป็นสารในธรรมชาติจริงๆ เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจ และหากให้สิทธิบัตรแล้วจะกระทบต่อนักวิจัยที่พัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์หรือไม่ อีกทั้งที่เรากังวลคือ ที่ยังยื่นคำขออยู่นั้น ไม่ขัดกับ ม9 (1) และไม่ขัดต่อ ม9 (4) ที่ไม่ให้อ้างสรรพคุณด้วยหรือไม่ รวมไปถึง ม5 ของ พรบสิทธิบัตรฯ ระบุว่าต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งหลายอย่างภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมีการนำมาใช้อยู่แล้ว ตรงนี้กรมทรัพย์สินฯ ต้องชัดเจน อีกทั้งล่าสุดทราบข่าวมาว่าทางคุณสนธิรัตน์ต้องการหารือร่วมกับกลุ่มนั้นก็ยินดี รอแค่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาสังคมต้องเดินหน้าปกป้องสิทธิของคนไทย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีความพยายามในการปกป้องสิทธิของคนไทย นักวิจัยไทย ถ้าไม่มีการตรวจสอบหรือพบเรื่องนี้ ก็คงเลยตามเลยหรือไม่ นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯ และทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ทำหนังสือส่งถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้พิจารณาและปกป้องสิทธิคนไทย โดยปฏิรูปกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิบัตรกัญชาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆ รวมทั้งจะเสนอให้นายกฯ พิจารณาแก้ไขตัวร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่กำลังผลักดันอยู่ ว่า เปิดโอกาสให้เอกชนคนไทยได้มีสิทธิวิจัยพัฒนาและผลิตเพื่อประโยชน์ของคนไทยได้ด้วย ไม่ควรให้มีการผูกขาดโดยรัฐ ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณี รมวพาณิชย์มีคำสั่งให้ยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาว่า การเพิกถอนคำขอสิทธิบัตรกัญชาเพียง 1 คำขอ ยังไม่เป็นที่วางใจ เพราะยังเหลืออีก 8 คำขอ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ซึ่ง รมวพาณิชย์ก็อ้างว่า 8 คำขอนี้เป็นการใช้สารสกัดจากกัญชาที่ไปปนกับยาอื่น แต่เมื่อไม่มีการเปิดเผย ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าจริงหรือไม่ หรือหากจริง ก็ต้องมาดูว่าเป็นการจดในการรักษาโรคอะไร วิธีการใช้ซ้ำกับสิ่งที่ไม่ควรจดสิทธิบัตรหรือไม่ ตรงนี้ยังเป็นความลับ ไม่มีใครทราบ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทางที่ดีควรจะเพิกถอนคำขอออกไปทั้งหมด เพราะที่ผ่านมากัญชายังเป็นยาเสพติด คนไทยยังไม่มีการทดลองใช้สาร THC และ CBD ในมนุษย์เลย เมื่อมีความเหลื่อมล้ำของงานวิชาการ ควรจะต้องยกเลิกคำขอทั้งหมด จะปล่อยให้ต่างชาติจดสิทธิบัตรโดยที่คนไทยยังไม่เคยวิจัยได้อย่างไร และประเทศไทยระบุว่า ในการใช้กัญชาทางการแพทย์มีข้อบ่งชี้เพียง 4 กลุ่มโรค โดยอ้างจากงานวิจัยของเมืองนอกว่าทำได้เท่านี้ ถือว่าเป็นกลุ่มโรคที่แคบมาก แต่กลับปล่อยให้ต่างชาติยื่นคำขอสิทธิบัตรกัญชาเรื่องมะเร็ง แต่คนไทยต้องรออย่างน้อย 5 ปี จากงานวิจัยของภาครัฐ ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร จึงมองว่าต้องเซตซีโรยกเลิกคำขอไปทั้งหมด นายปานเทพกล่าวว่า นอกจากต่างชาติเดินหน้าจดสิทธิบัตรแล้ว ยังมีอีก 2 เรื่องที่น่ากังวลและต้องติดตาม คือ 1การแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่แก้โดยให้ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และ 2ยังไม่ระบุให้แพทย์แผนไทยได้ใช้ ซึ่งต้องมาดูว่าจะแก้กฎหมายออกมาในลักษณะใด เพราะหากแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ราชการ ถามว่าแพทย์แผนไทยจะไปปรุงยาตามคลินิกของแพทย์แผนไทยได้อย่างไร เพราะบางกรณีต้องปรุงสด ปรุงกับน้ำกระสาย หรือต้องเพาะปลูกและทำเดี๋ยวนั้น เพราะมีเวลา มีฤดูกาล มีสูตรที่กำหนดไว้ บางครั้งต้องใช้เป็นช่อ ใบ หรือดอก แต่ถ้ากฎหมายปลดล็อกให้แพทย์แผนไทยได้ จะไม่มีใครผูกขาดสัมปทานกัญชาได้เลย ซึ่งการแก้กฎหมายฉบับ สนชนี้ ต้องดูว่าจะชิงธงให้ประโยชน์แพทย์แผนไทยอย่างเต็มที่ หรือทำลายแพทย์แผนไทยเพื่อหวังผูกขาด โดยเฉพาะต้องแก้ไขสองคำนี้คือ เพื่อประโยชน์ทางราชการ เป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือไม่ และให้เอกชนทำได้แค่วิจัยและพัฒนา จะรวมถึงการครอบครองและจำหน่ายด้วยหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็แปลว่าธงนี้ยังเป็นเพื่อประโยชน์ของคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือต่างชาติที่ทำการจดสิทธิบัตรไว้ล่วงหน้า, กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่กำลังรอให้ผูกขาดโดยภาครัฐ หวังเข้าสัมปทานเหมือนสุราแล้วผูกขาด และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มทุนพลังงานกลุ่มหนึ่งอ้างว่าอยากจะลงทุนเรื่องยารักษาโรคมะเร็ง และมีความปรารถนาอยากร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่มีใครรู้ว่ากลุ่มทุนนี้คาดหวังเรื่องกัญชาด้วยหรือไม่ ดังนั้น หากให้ผูกขาดโดยราชการ ก็มีโอกาสปล่อยต่ออีกทอดกับ 3 กลุ่มนี้วิ่งเต้นผูกขาดต่อ ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นายปานเทพกล่าวว่า แพทย์แผนไทยจะต้องได้ใช้กัญชา และไม่ต้องวิจัยแล้ว เพราะวิจัยมาหลายร้อยปีแล้ว และมีการทดลองในมนุษย์จริงมานาน ซึ่งเจตนาขององค์การอนามัยโลกคือ แพทย์แผนโบราณแต่เดิมไม่ต้องวิจัยก็ใช้ได้ ยกเว้นกรณีความเป็นพิษหรือไม่สะอาดแค่นั้น พ้นจากนี้ต้องใช้ได้ ถ้าอ้างวิจัย 5 ปี ที่ทำทีละนิด 4 ตำรับ แต่แพทย์แผนไทยมีกว่า 2,000 ตำรับ การจะทำแบบนี้คือกีดกันไม่ให้แพทย์แผนไทยใช้หรือไม่ ซึ่งหากปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์แบบนี้ เท่ากับขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 55 ซึ่งบอกว่าต้องสนับสนุนส่งเสริมแพทย์แผนไทยสูงสุดหรือไม่ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีภาคประชาสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมรับจดสิทธิบัตร 2 คำขอ ได้แก่ คำขอเลขที่ 0601002456 และคำขอเลขที่ 0501005232 ว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะ 2 คำขอดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งปฏิเสธการจดสิทธิบัตรแล้ว แต่เนื่องจากในกระบวนการจดทะเบียนสิทธิบัตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบขั้นการประดิษฐ์อย่างละเอียดแล้ว จะต้องแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และหากผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วย ก็จะชี้แจงเหตุผล ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ชี้แจง กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยกเลิกคำขอตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในการตรวจสอบคำขอจดสิทธิบัตร ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคำขอที่มีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบ หรือคำขอจดสิทธิบัตรอื่นๆ โดยที่ผ่านมา มีการพูดถึงคำขอจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา 11 คำขอ ซึ่งเป็นไปตามข่าว แต่เมื่อมีข้อสงสัย จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อมูลคำขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับตำรับยา โดยมีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งได้รับรายงานว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 31 คำขอ คำขอสิทธิบัตรที่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศโฆษณาเพื่อเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์แก่สาธารณะ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปตรวจค้นในระบบได้ด้วยตนเองทางเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหากต้องการคัดสำเนาคำขอ ก็สามารถมาขอดำเนินการได้ที่กรม การดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวเป็นที่เปิดเผย ไม่มีการปกปิด และสามารถตรวจสอบได้ นายสนธิรัตน์กล่าว วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายอัครเดช ฉากจินดา ที่ปรึกษายุทธศาสตร์การรณรงค์ขับเคลื่อนกัญชาเสรีประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้นิยมพืชกัญชา ราว 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้รัฐบาลให้ปลูกเสรีกัญชาเพื่อทางการแพทย์บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคัดค้านการให้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชาแก่บริษัทต่างชาติ

ที่เก็บบทความ

2015(955)

2014(967)

2013(67)

2012(357)

การสมัครสมาชิก
pg slot 78 1️⃣2021 2021-09-17 15:20:13

การจำแนกประเภท: เครือข่ายข่าวคุณภาพของจีน

gclub 289, ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวได้ฤกษ์ลากตั้ง กกตสั่งจับฮั้ว! สร้างสีสัน สว 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ibet789 โปร โม ชั่ นปปชมาเลย์เรียก นาจิบ ให้ปากคำคดีสินบนเรือดำน้ำฝรั่งเศส 16 ปีก่อน 20 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 19:24 น ปปชของมาเลเซียเรียกอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค สอบปากคำนานหลายชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเรือดำน้ำชั้นสกอร์ปิเนของฝรั่งเศส 2 ลำเมื่อ 16 ปีก่อน ที่มีครหาสินบน 134 ล้านดอลลาร์ด้วยความจำเป็นหลายอย่างในชีวิต จตุภูมิจึงเลือกเรียนใกล้บ้านที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผแม่เมาะ

ทวี สุขโข โชว์ไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติ ภูมิปัญญาอีสาน ถัดมาที่โซนอีสานกับร้านคุ้มสุขโข เอาใจคนชอบสินค้าผ้าไหมพื้นเมือง ทวี สุขโข ประธานกลุ่มวัฒนธรรมบ้านดอนข่า จขอนแก่น กล่าวว่า คุ้มสุขโขอยู่ในโครงการ ว้าว อีสาน ได้คัดเลือกผู้ประกอบการผ้าไหมจาก จขอนแก่น, นครราชสีมา, บุรีรัมย์ สุรินทร์, ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด ส่วนสินค้าร้านคุ้มสุขโข เด่นเป็นไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติ โดยใช้สีสมุนไพรไทยเท่านั้น เช่น อัญชัน ใบยอ ฝาง กระเจี๊ยบ ใบเตย ตะไคร้ คูน ใบหม่อน นี่คือภูมิปัญญาที่ทำให้ไหมไทยก้าวสู่สากล เราได้รับคัดเลือกเป็นหมู่บ้านสืบสานภูมิปัญญาดีเด่นระดับชาติ ใครไปขอนแก่นแวะเวียนเที่ยวที่หมู่บ้านได้ แต่ถ้าอยู่กรุงเทพฯ มาเดินเที่ยวชมที่สุขสยามกัน แต่ละโซนงานศิลป์น่าตื่นตาตื่นใจ และบรรดาพวก ฮอยไถแป้ ทั้งหลายนี่แหละที่ต้องถือว่าสำมะคัญเอามากๆ สำหรับ อนาคตการเมืองไทย หลังการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว คือมันจะยุ่ง-ไม่ยุ่ง ยุ่งขนาดยุงตีกัน หรือขนาดหนวดแขกพันกับฝอยขัดหม้อ หรือไม่ อย่างไร ก็อยู่ที่พวก ฮอยไถแป้ ทั้งหลายนี่แหละ ว่าจะ ไถ กันไปในรูปไหน ไถกันโดยอาศัยผลประโยชน์ส่วนตัว ผลประโยชน์ของพรรคเป็นที่ตั้ง หรือจะไถกันโดยอาศัยผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์แห่งชาติ เป็นสำคัญ ซึ่งอันนี้ก็คงต้อง Whatever will be, will be, Que Sera Sera กันไปโดยตลอด เพราะแต่ละราย ออกจะหนักไปทางชอบตั้งคำถามประเภท Will I be pretty, Will I be rich ซะเป็นหลักใหญ่ เลยคงหนีไม่พ้นต้องหันไปถาม Mother หรือถาม แม่มม์ม์ม์ ของแต่ละรายเอาเองก็แล้วกัน bet2you pantipเด็กน้อยขอนแก่นแต่งชุดไทยสืบสานประเพณีลอยกระทง 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 11:35 น 21 พย61- เพจ พรรครวมพลังประชาชาติไทย - ACT Party โพสต์รูปภาพและรายละเอียดการลงพื้นที่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ระบุ ลุยฝนเดินคารวะชาวพังงา

อ่าน(455) | แสดงความคิดเห็น(318) | ส่งต่อ(376) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

ความรักเล็กๆน้อยๆของเดือนเกาะ 2021-09-17

เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ได้รับการช่วยเหลือ น่าจะ เปิดตัว กันไปแทบเกลี้ยงแล้วไม่ว่าพรรคเก่า พรรคใหม่ พรรคแบงก์พัน แบงก์ร้อย แบงก์สิบ แบงก์ยี่สิบ ไปจนถึงเศษเหรียญ เศษสตางค์ เรียกว่าเปิดกันจนไม่น่าจะมีอะไร เซอร์ไพรส์ ต่อไปอีกแล้ว หรือพอจะเห็นหัว เห็นหาง เห็นท่อนบน ท่อนล่าง ท่อนกลาง ว่าแต่ละท่อน แต่ละอัน ใหญ่ๆ ยาวๆ ย้วยๆ หรือยับๆ ยู่ยี่ กันไปถึงขั้นไหน

สบส แถลงผลสอบ รพพระราม 2 กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรด พบผิด 5 กระทง สั่งปรับกรณีไม่มีแพทย์ให้การรักษาหญิงถูกสาดน้ำกรด ส่วนอีก 4 กระทงให้ร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีโทษจำคุก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) มีการแถลงข่าวสรุปผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียน รพพระราม 2 ปฏิเสธการรักษา และมีการให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรดใส่หน้า โดย นพณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดี สบส กล่าวว่า สบสได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ รพพระราม 2 เพื่อรวบรวมข้อมูลระหว่างเกิดเหตุ ทั้งเอกสารทางการแพทย์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ประกอบด้วยคณะกรรมการ 15 คน และมีการประชุมสรุปผลเมื่อวันที่ 19 พยที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 1300-1900 น โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการของ รพพระราม 2 และ รพบางมด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ที่มีความเกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง คือวันที่ 9 พย-19 พย ใช้เวลาพิจารณาทั้งหมดเพียง 10 วัน ผลสรุปของคณะกรรมการทางกองกฎหมายได้ส่งมาเพื่อให้ตนพิจารณาในช่วงเช้าที่ผ่านมามี 5 กรณี ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พศ2541 1กรณีให้พยาบาลวิชาชีพเป็นผู้ตรวจประเมินอาการผู้ป่วยและให้การรักษาเบื้องต้นโดยไม่มีการรายงานแพทย์ ซึ่งทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดในเรื่องไม่มีการควบคุมและดูแลมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานประกอบวิชาชีพผิดไปจากสาขาที่ขออนุญาต เข้าข่ายผิดมาตรา 34 (1) (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท โดยคณะอนุกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยจะมีการดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป โดยผู้ที่จะถูกดำเนินคดีคือ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 2จากการสอบถามพยาบาลที่ให้การตรวจรักษาแล้วได้รายงานผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ผู้ดำเนินการได้สั่งการให้รับผู้ป่วยไว้นอน รพ แสดงว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนที่จะนำผู้ป่วยไปนอนที่ รพตามข้อสั่งการ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เข้าข่ายหรือน่าจะมีความผิดตามมาตรา 34 (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติของคณะอนุกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อนำไปสู่กระบวนยุติธรรม ซึ่งผู้ที่จะถูกดำเนินคดีก็คือผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเช่นเดียวกัน 3กรณีไม่มีแพทย์ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย เพื่อคัดแยกระดับความฉุกเฉินตามมาตรฐานที่มีการกำหนดไว้ กรณีนี้อาจจะเข้าข่ายทำผิดตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และ พรบสถานพยาบาล มาตรา 35 (3) และ (4) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท กรณีนี้อนุกรรมการมีมติให้เปรียบเทียบปรับ ผู้ที่จะถูกลงโทษคือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 4กรณีไม่ให้การช่วยเหลือดูแลแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน อาจจะเข้าข่ายผู้ได้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการมิได้ควบคุมดูแลให้การรักษาดูแลแก่ผู้ป่วยตามมาตรา 33/1 อัตราโทษเข้าได้กับมาตรา 36 วรรค 1 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้กระทำความผิดคือผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และ 5กรณีเมื่อได้ช่วยเหลือเยียวยาแล้ว และอ้างว่าเป็นความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องการไปรักษาตัวใน รพแห่งที่ 2 ที่มีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่ เข้าข่ายการส่งต่อโดยไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ตามมาตรา 36 (3) คณะกรรมการมีมติให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นพณัฐวุฒิกล่าวว่า จะเห็นว่ามีการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ 4 กรณี และมี 1 กรณีที่ให้เปรียบเทียบปรับ ซึ่งเราได้นำมติเข้าสู่คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ เพื่อกำหนดว่าจะปรับเป็นเงินเท่าไร ก่อนส่งให้คณะกรรมการสอบสวนต่อไป ส่วนการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พนักงานสอบสวนจะเริ่มเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน และส่งต่อให้พนักงานอัยการมีมติต่อไปว่าจะมีการฟ้องร้องประเด็นใดบ้าง จากนั้นก็เป็นอันสิ้นสุดที่ศาลยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีอีกกรณีที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลคือ กรณีพยาบาลที่ได้ให้การรักษาและยอมรับว่ามิได้รายงานแพทย์ จะเข้าข่ายกรณีจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพที่ไม่ได้เป็นไปตามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งทาง สบสจะได้ส่งเรื่องนี้ไปยังสภาการพยาบาลต่อไป

Lie Zu Murong 2021-09-17 15:20:13

ก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

เว่ยหมิงตี้ 2021-09-17 15:20:13

กรุงเทพโพลล์สำรวจ หัวอกของพ่อค้าแม่ค้าในช่วงเทศกาลลอยกระทง 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 09:12 น ,วธเผยโพลลอยกระทง คนไทยเห็นด้วย 1ครอบครัว 1 กระทง 20 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 19:49 น 。โรคหัดระบาดเด็กภาคใต้ตอนล่างเสียชีวิตแล้ว 18 ราย 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 12:40 น 。

สีเหลืองลิง 2021-09-17 15:20:13

ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าว,21 พย61- เพจ พรรครวมพลังประชาชาติไทย - ACT Party โพสต์รูปภาพและรายละเอียดการลงพื้นที่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ระบุ ลุยฝนเดินคารวะชาวพังงา 。 เมื่อวันที่ 20 พย นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช) ที่มี นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมวศธ) เป็นประธาน เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช) ได้นำเสนอข้อมูลพื้นฐานที่เป็นจุดเน้นทิศทางการดำเนินการเรื่องการศึกษาเอกชนต่างๆ ให้ที่ประชุมรับทราบ พร้อมทั้งหารือถึงการตั้งคณะอนุกรรมการ กชชุดใหม่ เนื่องจากคณะอนุกรรมการ กชที่มีอยู่ 8 คณะนั้นก็เป็นคณะอนุกรรมการที่บอร์ด กชชุดเก่าได้แต่งตั้งขึ้น ซึ่ง รมวศธ จึงมอบหมายให้คณะกรรมการ กชชุดใหม่ดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทั้ง 8 คณะใหม่ทันที โดยหลังจากนี้เราจะกลับไปฟอร์มทีมและสรรหาประธานแต่ละคณะต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับภาระกิจงานในการแต่งตั้ง เช่น มีคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากร คณะอนุกรรมการฝ่ายทบทวนกฎหมาย เป็นต้น ทั้งนี้ รมวศธ ได้มอบหลักการของแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ กชแต่ละด้านด้วยว่า ขอให้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้กับการพัฒนาการศึกษาเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นคณะอนุกรรมการด้วย นอกจากนี้ สชยังได้เสนอที่ประชุม เพื่อขอใช้งบประมาณกลางในการช่วยโรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ประมาณ 7 ล้านบาท ซึ่ง สชได้ใช้งบประมาณส่วนหนึ่งช่วยเหลือไปแล้วแต่ยังไม่เพียงพอ โดยที่ประชุมแนะนำให้ สชกลับไปทบทวนว่าสามารถปรับแผนใช้งบประมาณเป็นการภายในก่อนได้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้หารือถึงใบอนุญาตประกอบปฏิบัติการสอน 2 ปี หรือใบอนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราวของครูโรงเรียนเอกชน ซึ่งคุรุสภาให้ผ่อนผันได้คราวละ 2 ปีจำนวน 3 ครั้ง ซึ่ง รมวศธ มีความเห็นว่าผู้ที่เป็นครูมาแล้ว 6 ปีและมีผลงานประเมินยอดเยี่ยม อยากให้คุรุสภาเปิดโอกาสให้แก่ครูเหล่านี้ให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูด้วย เลขาฯ กชกล่าว นายชลำ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงประเด็นโรงเรียนเอกชนภาคใต้ที่มีการเบิกจ่ายเงินเดือนให้ครูเอกชนได้ต่ำกว่าอัตราที่กำหนด คือ 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่โรงเรียนพื้นที่ภาคใต้อย่างเดียว แต่เป็นภาพรวมของทุกพื้นที่ โดย รมวศธ ได้มอบให้ สชตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และเสนอแนวทางการแก้ไขให้ รมวศธ รับทราบภายใน 2 สัปดาห์ ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้หารือถึงสวัสดิการครูโรงเรียนเอกชนด้วย เนื่องจากขณะนี้เงินกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนมีไม่เพียงพอต่อการจัดสวัสดิการให้แก่ครูเอกชน เพราะมีทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร เนื่องจากปัจจุบันสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของครูเอกชนได้สิทธิคนละ 1 แสนบาทต่อคนต่อปี ดังนั้นตนจะประสานเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานประกันสังคม และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนต่อไป。

จักรพรรดิ จิง 2021-09-17 15:20:13

ควันหลงจากรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ บอกจะเชิญ นายหัวชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และอดีตนายกรัฐมนตรี เป็น 1 ใน 3 รายชื่อในบัญชีว่าที่นายกรัฐมนตรีที่พรรคจะเสนอ เนื่องจากเชื่อว่าคนยังรัก และจะทำให้หาเสียงได้ง่าย เพราะท่านเป็นหลักของประชาธิปไตย ,ประจานกกสภามหา ลัย กลัว-เลี่ยงหน้าที่ยื่นทรัพย์ 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。 ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าว。

ชอย หลิง โฮว 2021-09-17 15:20:13

นายวีระ กล่าวอีกว่า ผลสำรวจพบอีกว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางหรือมาตรการให้ใช้กระทงที่ประดิษฐ์ด้วยวัสดุย่อยสลายง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันตั้งใจจะใช้กระทงที่ประดิษฐ์จากต้นกล้วย ใบตอง ดอกบัว ขนมปังพืชผัก โดยสถานที่ที่ปลอยระชาชนจะไป ลอยกระทง มากที่สุดได้แก่ อันดับ1จังหวัดเชียงใหม่ การลอยโคม หรือ ประเพณียี่เป็ง อันดับ2จังหวัดสุโขทัย ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ อันดับ3ภูมิลำเนาของตนเอง อันดับ4จังหวัดตาก ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป1000ดวง และอันดับ5จังหวัดนครพนม ประเพณีไหลเรือไฟ นอกจากนี้ ประชาชน ร้อยละ8102 สนใจเข้าร่วมชมกิจกรรมในงานประเพณีวันลอยกระทงในจังหวัดของตน เพี่อชมการประกวดกระทงชมการแสดงทางวัฒนธรรม ร่วมกิจกรรมสาธิตอาหารพื้นบ้าน และการสาธิตประดิษฐ์กระทงตามลำดับ,วธเผยโพลลอยกระทง คนไทยเห็นด้วย 1ครอบครัว 1 กระทง 20 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 19:49 น 。ผวากลุ่มทุนผูกขาดสบช่อง ฮุบผลประโยชน์จากกัญชา 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ไบโอไทยพบข้อมูลต่างชาติยื่น 13 คำขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา มี 2 คำขอละทิ้ง เหลือ 11 คำขอ แฉกรมทรัพย์สินฯ ถอนแค่ฉบับเดียว อีก 10 ยังเดินหน้าต่อ แถมกำลังจะได้สิทธิบัตรอีก 2 ขณะที่ มรังสิตผวา 3 กลุ่มทุนผูกขาดสวาปาม ด้าน สนธิรัตน์ แจงยิบทุกอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศแก้ปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า การที่นายสนธิรัตน์ออกมาพูดมีการถอนสิทธิบัตรกัญชานั้น จริงๆ แค่เพิกถอน 1 ตัว โดยจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายฯ ได้สืบค้นในฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่พอจะหาได้ พบว่าล่าสุดมีต่างชาติมายื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา 13 คำขอ โดยมี 2 คำขอละทิ้ง จะเหลือ 11 คำขอ ปรากฏว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ถอนสิทธิบัตรกัญชาที่ขัด ม9 (1) เรื่องสารธรรมชาติในกัญชาจดไม่ได้ ซึ่งมีแค่ 1 คำขอเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 10 คำขอยังเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญตนพบว่ามี 2 คำขอที่กำลังจะได้สิทธิบัตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องลดอาการปวด และเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่องสารในกัญชาที่เรียกว่า THC นายวิฑูรย์กล่าวว่า อยากให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุให้ชัดว่า ที่มาขอจดนั้นไม่เกี่ยวกับสารในกัญชา ซึ่งเป็นสารในธรรมชาติจริงๆ เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจ และหากให้สิทธิบัตรแล้วจะกระทบต่อนักวิจัยที่พัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์หรือไม่ อีกทั้งที่เรากังวลคือ ที่ยังยื่นคำขออยู่นั้น ไม่ขัดกับ ม9 (1) และไม่ขัดต่อ ม9 (4) ที่ไม่ให้อ้างสรรพคุณด้วยหรือไม่ รวมไปถึง ม5 ของ พรบสิทธิบัตรฯ ระบุว่าต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งหลายอย่างภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมีการนำมาใช้อยู่แล้ว ตรงนี้กรมทรัพย์สินฯ ต้องชัดเจน อีกทั้งล่าสุดทราบข่าวมาว่าทางคุณสนธิรัตน์ต้องการหารือร่วมกับกลุ่มนั้นก็ยินดี รอแค่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาสังคมต้องเดินหน้าปกป้องสิทธิของคนไทย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีความพยายามในการปกป้องสิทธิของคนไทย นักวิจัยไทย ถ้าไม่มีการตรวจสอบหรือพบเรื่องนี้ ก็คงเลยตามเลยหรือไม่ นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯ และทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ทำหนังสือส่งถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้พิจารณาและปกป้องสิทธิคนไทย โดยปฏิรูปกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิบัตรกัญชาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆ รวมทั้งจะเสนอให้นายกฯ พิจารณาแก้ไขตัวร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่กำลังผลักดันอยู่ ว่า เปิดโอกาสให้เอกชนคนไทยได้มีสิทธิวิจัยพัฒนาและผลิตเพื่อประโยชน์ของคนไทยได้ด้วย ไม่ควรให้มีการผูกขาดโดยรัฐ ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณี รมวพาณิชย์มีคำสั่งให้ยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาว่า การเพิกถอนคำขอสิทธิบัตรกัญชาเพียง 1 คำขอ ยังไม่เป็นที่วางใจ เพราะยังเหลืออีก 8 คำขอ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ซึ่ง รมวพาณิชย์ก็อ้างว่า 8 คำขอนี้เป็นการใช้สารสกัดจากกัญชาที่ไปปนกับยาอื่น แต่เมื่อไม่มีการเปิดเผย ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าจริงหรือไม่ หรือหากจริง ก็ต้องมาดูว่าเป็นการจดในการรักษาโรคอะไร วิธีการใช้ซ้ำกับสิ่งที่ไม่ควรจดสิทธิบัตรหรือไม่ ตรงนี้ยังเป็นความลับ ไม่มีใครทราบ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทางที่ดีควรจะเพิกถอนคำขอออกไปทั้งหมด เพราะที่ผ่านมากัญชายังเป็นยาเสพติด คนไทยยังไม่มีการทดลองใช้สาร THC และ CBD ในมนุษย์เลย เมื่อมีความเหลื่อมล้ำของงานวิชาการ ควรจะต้องยกเลิกคำขอทั้งหมด จะปล่อยให้ต่างชาติจดสิทธิบัตรโดยที่คนไทยยังไม่เคยวิจัยได้อย่างไร และประเทศไทยระบุว่า ในการใช้กัญชาทางการแพทย์มีข้อบ่งชี้เพียง 4 กลุ่มโรค โดยอ้างจากงานวิจัยของเมืองนอกว่าทำได้เท่านี้ ถือว่าเป็นกลุ่มโรคที่แคบมาก แต่กลับปล่อยให้ต่างชาติยื่นคำขอสิทธิบัตรกัญชาเรื่องมะเร็ง แต่คนไทยต้องรออย่างน้อย 5 ปี จากงานวิจัยของภาครัฐ ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร จึงมองว่าต้องเซตซีโรยกเลิกคำขอไปทั้งหมด นายปานเทพกล่าวว่า นอกจากต่างชาติเดินหน้าจดสิทธิบัตรแล้ว ยังมีอีก 2 เรื่องที่น่ากังวลและต้องติดตาม คือ 1การแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่แก้โดยให้ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และ 2ยังไม่ระบุให้แพทย์แผนไทยได้ใช้ ซึ่งต้องมาดูว่าจะแก้กฎหมายออกมาในลักษณะใด เพราะหากแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ราชการ ถามว่าแพทย์แผนไทยจะไปปรุงยาตามคลินิกของแพทย์แผนไทยได้อย่างไร เพราะบางกรณีต้องปรุงสด ปรุงกับน้ำกระสาย หรือต้องเพาะปลูกและทำเดี๋ยวนั้น เพราะมีเวลา มีฤดูกาล มีสูตรที่กำหนดไว้ บางครั้งต้องใช้เป็นช่อ ใบ หรือดอก แต่ถ้ากฎหมายปลดล็อกให้แพทย์แผนไทยได้ จะไม่มีใครผูกขาดสัมปทานกัญชาได้เลย ซึ่งการแก้กฎหมายฉบับ สนชนี้ ต้องดูว่าจะชิงธงให้ประโยชน์แพทย์แผนไทยอย่างเต็มที่ หรือทำลายแพทย์แผนไทยเพื่อหวังผูกขาด โดยเฉพาะต้องแก้ไขสองคำนี้คือ เพื่อประโยชน์ทางราชการ เป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือไม่ และให้เอกชนทำได้แค่วิจัยและพัฒนา จะรวมถึงการครอบครองและจำหน่ายด้วยหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็แปลว่าธงนี้ยังเป็นเพื่อประโยชน์ของคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือต่างชาติที่ทำการจดสิทธิบัตรไว้ล่วงหน้า, กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่กำลังรอให้ผูกขาดโดยภาครัฐ หวังเข้าสัมปทานเหมือนสุราแล้วผูกขาด และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มทุนพลังงานกลุ่มหนึ่งอ้างว่าอยากจะลงทุนเรื่องยารักษาโรคมะเร็ง และมีความปรารถนาอยากร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่มีใครรู้ว่ากลุ่มทุนนี้คาดหวังเรื่องกัญชาด้วยหรือไม่ ดังนั้น หากให้ผูกขาดโดยราชการ ก็มีโอกาสปล่อยต่ออีกทอดกับ 3 กลุ่มนี้วิ่งเต้นผูกขาดต่อ ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นายปานเทพกล่าวว่า แพทย์แผนไทยจะต้องได้ใช้กัญชา และไม่ต้องวิจัยแล้ว เพราะวิจัยมาหลายร้อยปีแล้ว และมีการทดลองในมนุษย์จริงมานาน ซึ่งเจตนาขององค์การอนามัยโลกคือ แพทย์แผนโบราณแต่เดิมไม่ต้องวิจัยก็ใช้ได้ ยกเว้นกรณีความเป็นพิษหรือไม่สะอาดแค่นั้น พ้นจากนี้ต้องใช้ได้ ถ้าอ้างวิจัย 5 ปี ที่ทำทีละนิด 4 ตำรับ แต่แพทย์แผนไทยมีกว่า 2,000 ตำรับ การจะทำแบบนี้คือกีดกันไม่ให้แพทย์แผนไทยใช้หรือไม่ ซึ่งหากปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์แบบนี้ เท่ากับขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 55 ซึ่งบอกว่าต้องสนับสนุนส่งเสริมแพทย์แผนไทยสูงสุดหรือไม่ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีภาคประชาสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมรับจดสิทธิบัตร 2 คำขอ ได้แก่ คำขอเลขที่ 0601002456 และคำขอเลขที่ 0501005232 ว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะ 2 คำขอดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งปฏิเสธการจดสิทธิบัตรแล้ว แต่เนื่องจากในกระบวนการจดทะเบียนสิทธิบัตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบขั้นการประดิษฐ์อย่างละเอียดแล้ว จะต้องแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และหากผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วย ก็จะชี้แจงเหตุผล ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ชี้แจง กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยกเลิกคำขอตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในการตรวจสอบคำขอจดสิทธิบัตร ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคำขอที่มีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบ หรือคำขอจดสิทธิบัตรอื่นๆ โดยที่ผ่านมา มีการพูดถึงคำขอจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา 11 คำขอ ซึ่งเป็นไปตามข่าว แต่เมื่อมีข้อสงสัย จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อมูลคำขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับตำรับยา โดยมีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งได้รับรายงานว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 31 คำขอ คำขอสิทธิบัตรที่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศโฆษณาเพื่อเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์แก่สาธารณะ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปตรวจค้นในระบบได้ด้วยตนเองทางเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหากต้องการคัดสำเนาคำขอ ก็สามารถมาขอดำเนินการได้ที่กรม การดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวเป็นที่เปิดเผย ไม่มีการปกปิด และสามารถตรวจสอบได้ นายสนธิรัตน์กล่าว วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายอัครเดช ฉากจินดา ที่ปรึกษายุทธศาสตร์การรณรงค์ขับเคลื่อนกัญชาเสรีประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้นิยมพืชกัญชา ราว 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้รัฐบาลให้ปลูกเสรีกัญชาเพื่อทางการแพทย์บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคัดค้านการให้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชาแก่บริษัทต่างชาติ。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

บา คา ร่า sa66 1️⃣2021| เกม มือ ถือ เล่น แล้ว ได้ เงิน จริง1️⃣LOOK618| สล็อต โร ม่า 123 1️⃣2021| ฟรี เครดิต ยืนยัน ตัว ตน 1️⃣2021| เว็บ ยิง ปลา แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| pg ผ่าน เว็บ 1️⃣2021| เกม ออนไลน์ แจก เครดิต ฟรี1️⃣M98| เว็บ ไหน แจก เครดิต ฟรี บ้าง1️⃣LOOK618| สล็อต xo 111️⃣M98| เกมส์ สล็อต fifa551️⃣LOOK618| 888joker1️⃣LOOK618| เกม สล็อต ฝาก วอ ล เล็ ต 1️⃣2021| 981kiss download 1️⃣2021| mafia88net1️⃣M98| สล็อต ทดลอง เล่น roma 1️⃣2021| gclub777771️⃣LOOK618| 777 สล็อต ยิง ปลา 1️⃣2021| สล็อต ออนไลน์ แจก เครดิต ฟรี 2020 1️⃣2021| slot pg ฝาก วอ ล เลท1️⃣M98| เว็บ แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| slotxo joker โปร 1001️⃣LOOK618| สล็อต ufa88991️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 881️⃣M98| สมัคร เล่น บา คา ร่า เว็บ ไหน ดี 1️⃣2021| mgm99red1️⃣LOOK618| betflix24 ไลน์1️⃣LOOK618| superslot22th 1️⃣2021| สุด บา คา ร่า1️⃣LOOK618| ยู ฟ่า เบ ท ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣LOOK618| 29 รับ 1001️⃣LOOK618| จุดจบ บา คา ร่า 1️⃣2021| slotxo 081️⃣M98| xo1681️⃣M98| สล็อต royal1️⃣LOOK618| 99a gclub 1️⃣2021| ufa747 ฝาก ถอน 1️⃣2021| ซุปเปอร์ สล็อต 168 1️⃣2021| ทดลอง เล่น sg 1️⃣2021| joker slot xo romaสล็อต xo5551️⃣M98| โจ๊ก เกอร์ 47 1️⃣2021| เล่น ไพ่ ได้ เงิน จริง1️⃣M98| scg9 แคน ดี้1️⃣LOOK618| ลอง เล่น เกม สล็อต1️⃣M98| mm88rich 171️⃣M98| แจก เครดิต 300 1️⃣2021| dk slot 8881️⃣LOOK618| สมัคร royal gclub 1️⃣2021| 30 รับ 100 ทํา 200 1️⃣2021| thaislot888 1️⃣2021| เช็ ก ซี่ เกม 661️⃣LOOK618| เกม ออนไลน์ ป๊อก เด้ง 1️⃣2021| สล็อต xo ฝาก ขั้น ต่ำ 1 บาท1️⃣M98| slot auto ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| สล็อต jdb แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2020 1️⃣2021| gold88 เครดิต ฟรี 1881️⃣LOOK618| gclub666661️⃣M98| โปร ฝาก 10 ได้ 100 1️⃣2021| สมัคร สล็อต 6661️⃣M98| สุด บา คา ร่า1️⃣LOOK618| 123xbet casino 1️⃣2021| 777 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| joker123 auto 1️⃣2021| hl8thai8 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| สูตร บา คา ร่า 99 1️⃣2021| เว็บ สล็อต ufa 1️⃣2021| ค่าย xo 1️⃣2021| มังกร เสือ คา สิ โน ออนไลน์1️⃣LOOK618| mgm99 grand1️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ ฟรี เงิน1️⃣LOOK618| pg77 slot1️⃣LOOK618| โจ๊ก เกอร์ 9111️⃣M98| mafia เครดิต ฟรี ล่าสุด 1️⃣2021| ฝาก 99 รับ 300 joker 1️⃣2021| สล็อต ยืนยัน ตัว ตน รับ เครดิต ฟรี 1️⃣2021| เกม สล็อต ไม่ ผ่าน เอเย่นต์1️⃣LOOK618| pg slot เว็บ ใหญ่1️⃣M98| jack 881️⃣LOOK618| เกม ออนไลน์ 888 1️⃣2021| เกม สล็อต 9181️⃣LOOK618| สมัคร บา ค่า ร่า sa1️⃣M98| เครดิต ฟรี 500 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| เกม ยิง ปลา ได้ เงิน จริง มั้ ย 1️⃣2021| amb สล็อต1️⃣M98| slot เว็บ ใหญ่ 1️⃣2021| เว็บ สล็อต ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣M98| โจ๊ก เกอร์ 123 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| ฝาก 10 รับ 100 ทํา ยอด 200 ถอน ได้ 100 1️⃣2021| slotbigwin168asetzone gclub1️⃣LOOK618| สล็อต xo ใหม่1️⃣M98| เกม เล่น ไพ่ ได้ เงิน จริง1️⃣LOOK618| สล็อต ออนไลน์ 24 ชั่วโมง1️⃣M98| slotxo x1️⃣LOOK618| mafia slot ใหม่ ล่าสุด 1️⃣2021| สล็อต ออนไลน์ live221️⃣LOOK618|